ขนหางช้าง กับการแก้คุณไสยได้อย่างไร บางคนอาจเคยมีประสบการณ์จากสิ่งนี้ บทความนี้เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลโปรดใช้วิจารณญาน

แหวนขนหางช้าง แก้คุณไสยจริงหรือ

หลายสิ่งหลายอย่าง ที่ตาไม่สามารถมองเห็น ไม่ใช่ว่าไม่มีอยู่จริง เฉกเช่นเดียวกับมนต์ดำหรือคุณไสย เราไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ใช่ว่าจะไม่มีจริงๆ เรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดจริงๆ

ขนหางช้าง

ขนหางช้าง นี้มีที่มา

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ เมื่อ 50 ปีก่อน แม่ของผู้เขียนเป็นคนจังหวัดสุรินทร์แหล่งช้างและงาช้างโดยกำเนิด ตอนนั้นแม่ของผู้เขียนอายุประมาณ 17 ย่าง 18 ปี โดยบ้านที่อาศัยอยู่นั้นอยู่ในตัวเมือง และจะมีบ้านญาติที่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์อยู่หลายที่ด้วยกัน โดยเฉพาะที่ตำบลนาดี เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งที่บ้านของญาติจะมีงานทำบุญ ญาติผู้หญิงรวมทั้งที่เป็นสาวๆก็จะมารวมตัวกันเข้าครัวเพื่อช่วยกันประกอบอาหาร โดย 1 ในสาวรุ่นนี้มีลูกสาวของเจ้าของบ้านรวมอยู่ด้วย ซึ่งลูกสาวเจ้าของบ้านนั้นเป็นคนหน้าตาสะสวย มีชายหนุ่มในหมู่บ้านมาชอบพอกันมากหน้าหลายตา ตั้งแต่คนมั่งมีเงินทองไปจนถึงคนฐานะธรรมดา หนึ่งในนั้นมีชายคนหนึ่งเป็นคนกัมพูชา ก็เข้ามาขายขนมจีบหญิงสาวคนนี้ด้วย แต่เสียที่หญิงสาวคนนี้เป็นคนที่ปากไว ปากจัดและใจร้อน เมื่อชายหนุ่มชาวกัมพูชาคนนี้มาหยอดคำหวานขายขนมจีบให้ หญิงสาวรุ่นผู้นั้นก็ได้สวนกลับต่อว่าไปด้วยวาจาที่หยาบคาย ด่าทอดูถูกรุนแรงกับชายหนุ่มคนนั้น ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด เก็บเอาความแค้นฟังอยู่ในอก ดวงตาแดงก่ำจ้องหน้าสาวรุ่นผู้มีหน้าตาสะสวยด้วยนัยน์ตาแดงกล่ำ อยู่สักครู่จากนั้นจึงเดินจากไป แต่ไม่มีใครรู้ชายหนุ่มผู้นั้นมีวิชาอาคม พอหลังจากนั้นได้ทราบว่าบ้านของหญิงสาวมีงานบุญ จึงได้แอบเข้าไปที่ห้องครัว และทำของใส่มีดทำครัวไว้

หากมีผู้ใดมาจับมีดทำครัวนี้ขอมก็จะเข้าตัวคนผู้นั้น ในวันนั้นในงานบุญนั้นเอง แม่ของข้าพเจ้าเป็นผู้โชคร้าย แม่มาพร้อมด้วยพ่อ(คุณตา)และน้องชาย(คุณน้า) เพื่อที่จะมาช่วยงานบุญ ปรากฏว่าแม่เป็นคนแรกที่เข้าไปจับมีดทำครัวเล่มนั้นหลังจากจับไปก็รู้สึกแปลกๆมีอาการปวดท้องทุรนทุราย ไม่สามารถที่จะช่วยงานได้ จนตาและน้าชายต้องพาแม่กลับมาบ้าน คุณตาได้หายาให้กินแต่อาการเจ็บปวดนั้นไม่ได้ทุเลาลงเลย แต่จะหายไปในบางคราวแล้วจู่ๆก็จะเป็นขึ้นมาอีก กรีดร้องทุรนทุราย ใครเข้ามาจับตัวก็เอาไม่อยู่ในสมัยนั้น ความเชื่อส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ก็คือเป็นอาการของคนโดนของ ตาได้พาแม่ไปหาพระ 1 รูป พระดูอาการก็บอกว่าโดนของมาแต่ไม่สามารถแก้ให้ได้ ต้องย้อนกลับไปให้คนที่ทำนั้นมาแก้ให้ ฝ่ายหนุ่มชาวกัมพูชานั้นพอรู้ว่าผู้ที่โดนของที่ตัวเองทำไว้นั้นไม่ใช่สาวเป้าหมายแต่กลับเป็นอีกคนหนึ่งก็เสียใจและก็มาขอโทษที่บ้านแต่ตัวเองนั้นไม่สามารถแก้คุณไสยนี้ได้

จากนั้นคุณตาได้พบกับหมอคุณไสยท่านหนึ่งโดยบังเอิญ ที่สามารถรักษาอาการของแม่ได้ โดยหมอคุณไสยท่านนั้นได้จับที่บริเวณศีรษะของแม่และได้วางแหวนหางช้างแท้พร้อมกับท่องคาถาบางอย่างแก่มารดาของข้าพเจ้า หลังจากนั้นมารดาของข้าพเจ้าก็หายจากอาการนี้  และไม่กลับมาเป็นอีกเลย อันนี้เป็นเรื่องจริงที่นำมาเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่เราท่านนั้นมองไม่เห็นแต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง เรื่องโดนของเล่นโดนคุณไสยนั้นมีอยู่จริง แต่ไม่หมายความว่าให้ท่านผู้อ่านเชื่อทั้งหมด ของหลอกลวงของคนที่ทำขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์บางอย่างนั้นก็มีจริง อันนี้ต้องขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละท่าน เป็นผู้ตัดสินใจ